ข่าวเปิดตัวสถาบันวิจัยนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน  - kachon.com

เปิดตัวสถาบันวิจัยนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน 
ไอที

photodune-2043745-college-student-s
วันนี้ (9 ส.ค.) ที่โรงแรมแบงค็อกแมริออทมาร์คิสควีนส์พาร์ค ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “โอกาสการลงทุนภายใต้นโนบายเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0” ในงานการประชุม ADES2018–ASEAN DIGITAL ECONOMY SUMMIT “ธุรกิจบล็อกเชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล” จัดโดยสถาบันแห่งนวัตกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน คณะกรรมการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน ร่วมกับ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน สำนักข่าว China Report ASEAN และศูนย์ความร่วมมือด้านนวัตกรรมกรุงเทพฯ (CAS) 

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่จะก้าวสู่ดิจิทัลอีโคโนมีจะต้องปูพื้นฐาน ซึ่งทั้งภูมิภาคอาเซียนอยู่ในระหว่างเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี โดยประเทศไทยซึ่งนอกจากเศรษฐศาสตร์มหาภาคแล้ว ยังมีภาคสังคมที่ต้องสร้างความเท่าเทียมในการสร้างอาชีพ ซึ่งรัฐบาลได้เร่งสร้างเน็ตประชารัฐ โดยสิ้นปีนี้จะติดตั้งอินเทอร์เน็ตครบทั้ง 75,000 หมู่บ้าน ถือเป็นการสร้างโอกาสมหาศาลกับหมู่บ้านต่างๆ เป็นครั้งแรกที่ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง เข้าสู่อีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบย ผ่าน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ให้คนในหมู่บ้านได้ค้าขายออนไลน์ครบวงจร โดยขายผลิตภัณฑ์ในชุมชนของตนเอง สร้างสีสันให้ร้านค้าเล็กๆในหมู่บ้านของตนเองไปทั่วโลก 



นอกจากนี้ ในการเชื่อมโยงดิจิทัล เช่น ซับมารีน เคเบิลระหว่างประเทศ เพราะทั่วโลกมีการใช้งานเชื่อมโยงมากมาย ปลายปีนี้ไทยจะสร้างสายเคเบิ้ลใหม่ผ่านจีนไปฮ่องกง เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น สร้างการค้า การเชื่อมต่อกันและกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยก็ได้เร่งออกกฏหมายไซเบอร์ซีเคียวลิตี้ และกฏหมายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะเป็นมาตฐานใหม่ๆ ในอาเซียนเพราะการค้าจะเป็นการค้าไร้พรหมแดน ซึ่งกระทรวงดีอี ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง สร้างแพลตฟอร์มไอดีอนาคต เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างธุรกรรมในเชิงธุรกิจ และในอาเซียนพยายามสร้างเทคโนโลยีของตนเองลดนำเข้าเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งในพื้นที่ EEC จะเป็นศูนย์นวรรตกรรม เช่น เทคโนโลยี AI, IOT และ สมาร์ทซิตี้ เป็นต้น เป็นการส่งเสริมสตาร์ทอัพไทยให้เข้มแข็ง

ในส่วนของรัฐบาลดิจิทัล ขณะนี้รัฐได้ตระหนักแล้วว่า รัฐจะใช้บิ๊ก ดาต้า อย่างไรในการตอบสนองความต้องการของประชาชน กระทรวงดีอีจะสร้างหน่วยงานให้บริการบิ๊ก ดาต้าที่ผนวกข้อมูลทั้ง 20 กระทรวง กว่า 200 กรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้บริการประชาชน เกิดศูนย์ข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะเป็นประฌยชน์ต่อประชาชนแล้ว แม้แต่ข้าราชการเองก็จะได้รับประโยชน์ด้วย



ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในส่วนของทรัพยากรมนุษย์ก็สำคัญ แกระทรวงดีอีได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาที่จะทำให้ระบบโรงเรียนและมหาวิยาลัยก้าวหน้า สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ กระทรวงดีอีจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน สร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ให้กับนักษาให้ได้ใช้เครื่องมือในส่วนของซอฟต์แวร์มากขึ้น ไม่แบ่งแยกกัน เช่น กูเกิล ไมโครซอฟท์ ซิสโก้ ได้ให้ซอฟต์แวร์กับกระทรวงดีอี โดยมีการใช้เครื่องมือเพื่ออบรมให้ความรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ซึ่งปลายปีนี้กระทรวงดีอีได้ตั้งเป้าสร้างการรับรู้ในการใช้เน็ตประชารัฐ 1 ล้านคน 

ทั้งนี้ การประชุม ADES2018–ASEAN DIGITAL ECONOMY SUMMIT เกิดขึ้นครั้งแรก และประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดประชุม และการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดสถาบันวิจัยนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียนอย่างเป็นทางการด้วย