ข่าวบอร์ดดีอีตั้งคณะทำงานเตรียมการ5จีเพื่ออนาคต - kachon.com

บอร์ดดีอีตั้งคณะทำงานเตรียมการ5จีเพื่ออนาคต
ไอที

photodune-2043745-college-student-s
 วันนี้ (12 ก.ค.) ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) โดยมี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ ว่า บอร์ดดีอีได้ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปศึกษาความเป็นไปได้ของคลื่นเพื่อใช้งาน 5จี ให้เป็นไปตามหลักไอทียู ซึ่งมีความเป็นไปได้ 2 ช่วงความถี่คือย่าน 3.3-4.2 กิกะเฮิร์ตซ กับช่วงย่านความถี่ 24-29 กิกะเฮิร์ตซ และในความเป็นไปได้สูงจะเป็นคลื่นย่านความถี่ 24-26 กิกะเฮิร์ตซ ซึ่งการเตรียมความพร้อม 5จี นั้นเป็นเสมือนการสร้างสนามทดลองการประยุกต์ใช้ 5 จี เพราะมาตรฐานทั่วโลกยังไม่ออก เบื้องต้นใช้พื้นที่ของศูนย์ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ เป็นสนามทดลอง และเมื่อคลื่นพร้อมใช้งานกระทรวงดีอีจะเชิญรัฐ-เอกชนร่วมทดลองระบบก่อน



“กสทช.จะดูคลื่นความถี่ กระทรวงดีอีจะประสานภาครัฐ-เอกชน ซึ่งขณะนี้มีเอกชนบางส่วนเข้ามาหารือแล้ว ซึ่งตอนนี้จะตั้งคณะทำงานเตรียมการ 5จี เพื่ออนาคต โดยตนป็นประธาน มีตัวแทนจาก กสทช. ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นคณะทำงาน ซึ่งหากศูนย์ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ยังไม่พร้อมใช้งาน ก็จะใช้ พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา เป็นที่ตั้งก่อน ซึ่งจะเห็นเป็นรูปร่างภายในปีนี้”

นอกจากนี้ บอร์ดดีอี ยังมีมติ เสนอ พ.ร.บ.จัดตั้งสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยแก่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนส.ค.นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่องว่างด้านดิจิทัล เน้นการรวมกลุ่มของเอกชนด้านดิจิทัลที่ปัจจุบันยังกระจัดกระจาย เพื่อให้เอกชนทำงานร่วมกัน ทั้งร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเสนอเป็นแนวทางให้รัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ สภาดิจิทัล จะทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าไทยด้วย โดยจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีอำนาจดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลฯ 

ด้านความคืบหน้าโครงการเน็ตประชารัฐเฟส 2  จำนวน 15,732 หมู่บ้าน บอร์ดดีอี มีมติให้ สำนักงาน กสทช. เป็นผู้ดำเนินโครงการตามเดิม เนื่องจากกังวลว่าหากกระทรวงดีอี ดึงโครงการกลับมาดำเนินการเอง ต้องมอบหมายให้ บมจ.ทีโอทีเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันมีภาระงานทั้งการติดตั้ง ไวไฟในโรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ทั้งการติดตั้งเน็ตชายขอบโซนC+ ส่งผลให้การดำเนินงานอาจล่าช้าลงได้.