ข่าวทึ่ง!ใช้AIช่วยลดปัญหาครอบครัวผ่านแชทบอทโปลิศน้อย - kachon.com

ทึ่ง!ใช้AIช่วยลดปัญหาครอบครัวผ่านแชทบอทโปลิศน้อย
ไอที

photodune-2043745-college-student-s

วันที่ 11 ก.ค.2561 มีงานเสวนา “การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครั้งแรกในประเทศไทย: กรณีศึกษาความรุนแรงในครอบครัว”  จัดโดยโครงการดีแทคพลิกไทย แพลทฟอร์มออนไลน์สำหรับโครงการเพื่อสังคม โดยบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค

พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์ อาจารย์จากสถาบันส่งเสริมงานสอบสวนและผู้นำเสนอโครงการโปลิศน้อย กล่าวว่า จากสถิติความรุนแรงที่ผู้หญิงพบเจอ พบว่าในแต่ละปี จะมีผู้หญิงถูกข่มขืนจำนวน 30,000 ราย นั้นหมายถึง ในทุก 15 นาที มีผู้หญิงถูกข่มขืน แต่มีเพียง 4,000 รายเท่านั้นที่ผู้เสียหายแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีเพียง 2,400 คดีเท่านั้นที่ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี (ข้อมูล

จากงานวิจัยเรื่อง women's access to justice ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย)  ซึ่งจากตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างคดีที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศ ในขณะที่ยังมีความรุนแรงอีกหลายรูปแบบโดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว เช่นการถูกคู่รักฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มาจากผู้บังคับใช้กฎหมายเอง เช่น หากมีการไปร้องทุกข์แล้ว ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเอาใจใส่ในคดี เพราะในบางครั้งตัวผู้บังคับใช้กฎหมายเองมองว่าเป็นปัญหาในครอบครัว หรือหากดำเนินคดีไปท้ายที่สุดแล้วในชั้นศาลก็เข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยซ้ำไปซ้ำมา รวมทั้งปัจจัยที่มาจากตัวผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงเหล่านี้ มักมาขอถอนคำร้องทุกข์เพราะได้กลับเข้าสู่ช่วงที่มีความสัมพันธ์อันดี (Honeymoon period) ทำให้เกิดความใจอ่อน สงสาร จนไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีต่อไป

 “จะเห็นได้ว่า กลไกในการให้คำปรึกษาจะเข้ามามีส่วนสำคัญอย่างมากในการลดความรุนแรงในครอบครัว เพิ่มช่องทางในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่องทางดิจิทัลอย่างแอพพลิเคชันหรือแชทบอท จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการเป็นที่ปรึกษา และนี่จึงเป็นที่มาของโครงการโปลิศน้อย แชทบอทที่จะเป็นเพื่อนให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำได้มีช่องทางในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น” พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม กล่าว

“โปลิศน้อย” เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการให้คำปรึกษา ลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่อาจเกิดความไม่ไว้ใจในการให้ข้อมูล รวมถึงการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบความถูกต้องและความแม่นยำในการให้บริการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่ให้ทุนเบื้องต้น 100,000 บาท พัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งมีดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลประจำเทเลนอร์ เอเชียเข้ามาช่วยพัฒนาหุ่นยต์โปลิศน้อย  ปัจจุบัน อยู่ในขั้นการเพิ่มความแม่นยำของคำปรึกษาด้วยการป้อนข้อมูลเพิ่มมากขึ้น โดยสามารถร่วมป้อนข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก “PoliecNoi โปลิศน้อย”

ดร.วินน์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ใช้อย่างแพร่หลายในเชิงธุรกิจแล้ว เทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ยังสามารถนำมาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างนานัปการ ซึ่งมีข้อดีคือการให้ข้อมูล 24 ชั่วโมง ตอบโต้ทันที และได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ
จากประสบการณ์ในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการสื่อสารที่ชื่อว่า “บอทน้อย” (Botnoi) ซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 1 ล้านรายบนแอปพลิเคชันไลน์ พบว่า หุ่นยนต์สามารถเป็นเพื่อนคุยกับมนุษย์ได้ดี โดยเฉพาะการทำหน้าที่ “รับฟัง” ช่วยยับยั้งการตัดสินใจในการฆ่าตัวตายได้ สอดคล้องกับงานวิจัยเรื่อง Humanity in the Machine โดยเอเจนซี่โฆษณามายด์แชร์ สหราชอาณาจักร, มหาวิทยาลัยโกลด์สมิธ และไอบีเอ็มวัตสัน ระบุว่า 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ามนุษย์มีความสะดวกใจที่จะให้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวกับหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ เนื่องจากมีความไว้เนื้อเชื่อใจว่าจะไม่ถูกตัดสินจากผู้รับข้อมูลที่เป็นมนุษย์

“นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดช่องว่างที่เกิดขึ้นในอดีตได้” ดร.วินน์ กล่าว
สำหรับโครงการดีแทคพลิกไทย  เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีไอเดียในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน   ดีแทคได้คัดเลือกแนวคิดกิจกรรมจำนวน 10 แนวคิด ที่สามารถปฏิบัติได้จริง และสามารถสร้างประโยชน์แก่สมาชิกส่วนใหญ่ในชุมชน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม