ข่าวฟีโบ้-เอกชนพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในเขตอีอีซี - kachon.com

ฟีโบ้-เอกชนพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในเขตอีอีซี
ไอที

photodune-2043745-college-student-s
สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมมือกับ บริษัท แอนคา แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตเครื่องซีเอ็นซีชั้นนำรายใหญ่ของโลก พัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพื่อใช้งานร่วมกับซีเอ็นซี  พร้อมเปิดโรงงานสายการผลิตในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก-อีอีซี

นายชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาของฟีโบ้ มจธ.  กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้  แสดงถึงความมั่นใจของ บริษัทข้ามชาติด้านเทคโนโลยี ในนโยบายของรัฐบาลไทย  ที่มุ่งสู่อุตสาหกรรมใหม่หลายอุตสาหกรรม ที่มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นฐานสำคัญ   ความร่วมมือนี้ยังเป็นประโยชน์สำหรับคณาจารย์ วิศวกร นักศึกษา ที่จะได้มีโอกาสร่วมมือทำงานกับ แอนคา บริษัทที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องจักรที่มีคุณภาพสูง  การทำงานจริงจังระหว่างสองหน่วยงานนี้จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่เน้นการเรียนรู้แบบ Work-Integrated Learning (WIL) จนเกิดการรู้จริง ด้านทฤษฎีออกแบบ-สร้างได้ (Practical Hands on) เกิดผลงานที่นำไปใช้งานจริงในอุตสาหกรรม  

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบ ที่ต้องตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านงานวิจัยและพัฒนา ผลิตกำลังคนที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศ โดยการพัฒนากำลังคนนั้นจะร่วมกับเครือข่ายวิทยาลัยสัตหีบในพื้นที่อีอีซี ที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของโรงงานของบริษัทแอนคา แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทอร์นซีบอร์ด อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

ด้านคุณญาณิศา นิลวงษ์  ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอนคา แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการเลือกฟีโบ้ มจธ. เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ร่วมครั้งนี้ เป็นความประสงค์ของสำนักงานใหญ่ในออสเตรเลีย ที่คัดเลือกสถาบันการศึกษาด้วยคำนึงถึงประสบการณ์ของบุคลากร ชื่อเสียงที่ดี และโอกาสความสำเร็จของโครงการ อีกทั้งยินดีที่จะร่วมสร้างกลุ่มนักศึกษาซึ่งมีพื้นฐานดีให้เพิ่มทักษะขั้นสูงเฉพาะทางด้านระบบอัตโนมัติ เพราะอนาคตนักศึกษากลุ่มนี้จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศรวมถึงอาจกลับมาเป็นกำลังสำคัญให้กับบริษัทฯ

สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์นับว่าเป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ภายในเวลา 1-3 ปีจากนี้ ความต้องการใช้งานจะเพิ่มขึ้นสูงอย่างก้าวกระโดดจากการเผชิญภาวะแรงงานขาดแคลนรวมถึงจากการผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0