ข่าว'แคท'โชว์โครงข่ายสื่อสารรับนโยบายดีอี - kachon.com

'แคท'โชว์โครงข่ายสื่อสารรับนโยบายดีอี
ไอที

photodune-2043745-college-student-s

วันนี้ (13 ก.ย.) ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท (CAT) กล่าวถึงการปรับตัวของธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมาและการเตรียมรับมือกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลว่า ปัจจัยสำคัญ คือ ผู้ประกอบการจะต้องรู้เท่าทัน Business Trend ตั้งแต่ระดับโลก มาจนถึงระดับของอุตสาหกรรมเพื่อการวาง Business Model ที่เหมาะสม พร้อมไปกับการเรียนรู้เครื่องมือ และเทคโนโลยีทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สามารถสนับสนุนแนวทางธุรกิจขององค์กรได้ ทั้งนี้ได้เปิดเผยถึงโครงการต่างๆ ที่แคท ได้ดำเนินงานตลอดปีที่ผ่านมา และแผนงานในอนาคต ซึ่งแคทรับมอบนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์โดยตรงจากรัฐบาล เพื่อพัฒนาประเทศไทย เข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง


อย่างไรก็ตาม จากปริมาณแบนด์วิธรวมสำหรับการสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2013-2017 เฉลี่ยปีละประมาณ 65% โดย ณ สิ้นปี 59 ปริมาณความจุระหว่างประเทศทั้งหมด 3,554 Gbps ทั้งนี้ ในปี 2017 มีแนวโน้มการเติบโตของการใช้งานผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำที่จะสูงขึ้น โดยอีก 2-3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยกว่าปีละ 50% ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการใช้งานแบนด์วิดท์ที่มากขึ้น โดยการส่งผ่านข้อมูลบนระบบเคเบิลใต้น้ำเป็นระบบที่รองรับการรับ-ส่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูงสุด ประกอบกับการปรับราคาระบบเคเบิลใต้น้ำ ที่สามารถทำให้เกิด Economy of Scale ได้ ทั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากแนวโน้มความต้องการใช้งาน แบนด์วิดท์ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจยังมีความต้องการในศักยภาพของระบบการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้แคท ได้เร่งพัฒนา New S-Curve สำหรับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมประกอบด้วย





New S-Curve สำหรับเทคโนโลยีการ Connectivity ซึ่งนอกเหนือจากเส้นทางรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นต่างๆ ที่ออกจากประเทศไทยส่งตรงไปยังทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งระบบเคเบิลภาคพื้นดินที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือการผ่านข้อมูลจากประเทศเพื่อนบ้านเชื่อมต่อระบบเคเบิลใต้น้ำไปทั่วโลกที่สนับสนุน New S-Curve ในเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เรายังได้พัฒนา IoT Platform ซึ่งนับเป็น New S-Curve ของแพลตฟอร์มการเชื่อมโยงอุปกรณ์เครือข่ายในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริงนั้น โดยแคท ได้พัฒนาการให้บริการร่วมกับ SK Telecom ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบ IoT ให้กับ Smart City ในประเทศเกาหลี อาทิ Busan Smart city ด้วยเทคโนโลยี LoRa IoT Platform ที่สามารถประยุกต์สำหรับการเชื่อมโยงอุปกรณ์ IoT ผ่านเทคโนโลยี LoRaWAN หรือ Low Power Wide Area Network (LPWAN) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมโยงในระยะไกลได้ดี ขณะที่ใช้พลังงานน้อย สื่อสารพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์และมีค่าใช้จ่ายต่ำ


ซึ่งแคทได้นำ LoRa IoT Platform มาพัฒนา โครงการ Smart City ภูเก็ต โดยมีบริการในช่วงเริ่มต้น อาทิ การตรวจวัดระดับน้ำ การควบคุมอุปกรณ์ระยะไกล การติดตาม  ตรวจจับพิกัดวัตถุและบุคคล ซึ่งแพลตฟอร์มงกล่าวยังรองรับ Add-on Function อื่นๆ ที่จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างสะดวก  และยังสามารถต่อยอดไปเพื่อการใช้งานในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ





นอกจากนี้ แคทได้ร่วมกับกระทรวงดีอี พัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล บนพื้นที่ขนาด 700 ไร่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ชื่อโครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค ที่มุ่งเน้นให้เกิดการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆคือ ศูนย์นวัตกรรมและดิจิทัล ศูนย์การวิจัยดิจิทัล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปี 2561 ภายในจะประกอบไปด้วยโซนต่างๆ 3 โซนด้วยกัน คือ 1) University 4.0 & Digital Academy เป็นโซนสำหรับการเรียนการสอนหลักสูตรเกี่ยวกับดิจิทัลโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน  2) Digital Innovation Space เป็นโซนหลักสำหรับการลงทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล 3) Living Space คือส่วนของที่พักอาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และศูนย์กีฬา