สกว.จับมือ กยท.สร้างเครือข่ายทำยุทธศาสตร์วิจัยยางพารา
ไอที

photodune-2043745-college-student-s
วันนี้(20 มีนาคม 2560) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว.   กล่าวว่า  ยางพาราเป็นอีกภารกิจสำคัญ  ที่ สกว.ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมากว่า 14 ปี   และในระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกับเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติหรือวช.ทำวิจัยแบบพุ่งเป้า ได้มีการสร้างองค์ความรู้และเกิดการพัฒนานวัตกรรมขึ้นจำนวนมาก

ทั้งนี้ สกว.และ กยท.มีความเห็นตรงกันว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  จึงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย (พ.ศ. 2560-2564) การให้ทุนสนับสนุนการวิจัย การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ การประชุม สัมมนาวิชาการ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยทั้งระบบ

ด้านพล.อ.อ.ประจิน    กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การวิจัยเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน” ว่า  การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ายางพาราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนา เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน   ที่ผ่านมา ไทยสามารถผลิตยางพารา ได้เป็นจำนวนมาก แต่กว่า 80  %  ส่งออกในรูปน้ำยาง ราคาถูก   ขณะที่การแปรรูปเพิ่มมูลค่าเพื่อใช้งานในประเทศมีไม่ถึง 20   %   ดังนั้นจึงต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและบูรณาการกับหลายภาคส่วน เพื่อนำงานวิจัยเข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมให้มีการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น
 
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหายางพารา โดยการสนับสนุนให้เกิดความสะดวกในการลงทุน มีปริมาณน้ำยางที่มากพอ มีองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนาที่จะนำมาใช้ในระบบการผลิตเพื่อให้มีคุณสมบัติที่ดีและตรงกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรม รวมถึงความคงทนถาวรต่อการใช้งานด้านต่าง ๆ ทั้งการแพทย์ การเกษตร และสังคมทั่วไป อีกทั้งส่งเสริมการลงทุนจากทั้งภายในและต่างประเทศผ่านบีโอไอ ตลอดจนการแปรรูปยางพาราเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยางพาราของไทยและเกษตรกรผู้ปลูกยาง

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งที่จะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยทั้งระบบ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์และการแปรรูป ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขยายผลไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านผลตอบแทนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมของประเทศด้วยต่อไป สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหายางพาราของประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในประเทศมากขึ้น”